คาสเซิลเวเนีย Wiki
Advertisement
คาสเซิลเวเนีย Wiki

อื่นๆ ดู คาสเซิลเวเนีย: ลาเมนต์ ออฟ อินโนเซนต์

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นในศตวรรษที่ 11 เลออน เบลมอนต์ ถือกำเนิดในครอบครัวชาวฝรั่งเศส แต่สูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่อายุยังน้อย ในวัย 16 ปี เขาได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในอัศวินที่ต่อสู้เพื่อปกป้ององค์ราชันย์ และคืนความสงบสู่แผ่นดิน เลออนมีพละกำลังที่แข็งแกร่ง และเชี่ยวชาญการรบมาก เขาได้รู้จักกับ มาไทอัส คองควิสต์ ชายที่มีมันสมองเป็นอาวุธ มาไทอัสเติบโตมาในครอบครัวที่มีความรู้ในศาสตร์ของการเล่นแร่แปรธาตุ เขามักจะเป็นคนวางแผนกลยุทธในการออกรบ เมื่อร่วมมือกับเลออน กองทัพของทั้งคู่ไม่เคยพบกับความพ่ายแพ้ พวกเขาไว้เนื้อเชื่อใจกันและเป็นมิตรสหายร่วมชีวิต

มาไทอัสไปออกศึกกลับมาก็ได้รับข่าวเศร้าของ เอลิซาเบธ่า ภรรยาของเขาที่จบชีวิตกะทันหัน มาไทอัสเสียใจอย่างหนักมากจนล้มป่วยลง ด้านเลออนได้รับตำแหน่งบารอน หรือขุนนาง ต่อมาได้เกิดกองทัพอสูรกายปรากฏตัวขึ้นในเขตแดนของเขา แต่ทางศาสนจักรไม่อนุญาตให้ต่อสู้ เพราะมุ่งความสนใจไปที่สงครามครูเซดมากกว่า

ในคืนหนึ่ง มาไทอัส ได้ลุกขึ้นมาจากเตียงและแจ้งแก่สหายของเขาว่า กองทัพอสูรกายนั้นมีความเกี่ยวข้องกับ วอลเตอร์ เบิร์นฮาร์ด แวมไพร์ที่อาศัยอยู่ในปราสาทภายในป่า อีเทอร์นัล ไนท์ และจับตัว ซาร่า ทรานทูลว์ คู่รักของเลออนไป เลออนไม่สามารถสู้กับแวมไพร์ได้เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตจากทางศาสนจักร จึงสละตำแหน่งบารอนของตัวเองเพื่อให้ไร้จากข้อจำกัด แล้วออกเดินทางไปยังป่าอีเทอร์นัล ไนท์ ป่าที่ไร้แสงอาทิตย์ตลอดกาล

เมื่อวิ่งเข้ามาในป่า เลออนได้ผ่านบาเรียแสงเข้ามาก็ตกใจ รินัลโด้ แกนดัลฟี ก็เดินออกมาบอกว่า ดูเหมือนว่าป่าจะชอบเลออนมาก และได้กักตัวเขาไว้ ทำให้เขาไม่สามารถออกไปจากป่านี้ได้ และได้แนะนำตัวว่าเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่อาศัยอยู่ในกระท่อมเก่า ๆ กลางป่า รินัลโด้พอรู้ว่าเป็นเลออนก็เรียกชื่อ ลอร์ดเลออน อย่างเต็มยศ เลออนปฏิเสธว่า ให้เรียกเขาแค่เลออนก็พอ เขาคืนตำแหน่งบารอนไปแล้ว ตอนนี้พวกเขายศเท่ากัน รินัลโด้ก็ได้ชวนเขาเข้าไปคุยกันในกระท่อมดีกว่า

เลออนถามเขาว่าทำไมถึงมาอาศัยอยู่ในกระท่อมในป่า เขาตอบว่า ยังมีธุระที่ยังไม่ได้สะสางกับวอลเตอร์ พอถามว่าเป็นธุระอะไรก็บ่ายเบี่ยงที่จะตอบ เลออนถามต่อว่า มาอยู่ใกล้แบบนี้วอลเตอร์ไม่จัดการเขาเหรอ เขาตอบว่า ชีวิตอมตะของแวมไพร์มันน่าเบื่อ วอลเตอร์จึงชอบเล่นแบบแมวจับหนูมากกว่า และพอหาความสนุกจากการไล่ฆ่ามนุษย์ที่บุกเข้ามาในป่าได้ มันเห็นว่าเขาคอยช่วยเหลือมนุษย์ก็ยิ่งทำให้เกมของมันสนุกขึ้น จึงปล่อยเอาไว้ และในเมื่อป่าแห่งนี้จะเป็นกลางคืนชั่วนิรันดร์ ทำให้มันไม่มีโอกาสพ่ายแพ้ได้เลย

รินัลโด้ถามเลออนว่าเข้ามาที่ป่านี้ทำไม เขาตอบว่ามาช่วยเหลือซาร่า รินัลโด้เห็นว่าเลออนวิ่งเข้ามาในป่าแบบไร้อาวุธ ก็ชื่นชมในความกล้าหาญ เขาเล่าว่าหลังจากที่ละทิ้งตำแหน่งบารอนก็คืนดาบให้กับสมาคมไปแล้ว รินัลโด้จึงมอบแส้ที่เขาปลุกเสกขึ้นมาให้แก่เลออนใช้เป็นอาวุธ เลออนจึงได้ทราบว่า ครอบครัวของมาไทอัสเคยเป็นคนสอนวิชาการเล่นแร่แปรธาตุให้แก่รินัลโด้ มาก่อนที่เลออนจะรู้จักกับเขา นั่นทำให้เขาเชื่อใจรินัลโด้มากขึ้น และยอมรับแส้ไปใช้ นอกจากนี้รินัลโด้ยังมอบปลอกแขนพลังเวทย์ให้เขาอีกด้วย

รินัลโด้แจ้งว่า การจะเข้าไปถึงโถงที่วอลเตอร์อาศัยอยู่ ต้องปราบองครักษ์พิทักษ์ปราสาททั้ง 5 ตัวลงเสียก่อน เพราะนี่ก็คือเกมของมัน เลออนจึงเดินทางเข้าปราสาทหมายจะไปช่วยซาร่ากลับมาให้ได้ ระหว่างการต่อสู้กับหนึ่งในองค์รักษ์อย่าง ซักคิวบัส ที่เป็นปีศาจจำแลงกาย นางแปลงร่างเป็นซาร่าเพื่อหลอกล่อเลออนให้ติดกับ แต่เมื่อเขามองออกว่าเป็นปีศาจจำแลงกายมา ก็กำราบจนสิ้นท่า ก่อนตายนางบอกว่า นางน่าจะแปลงกายเป็นซาร่าตอนต่อสู้ด้วย เหมือนตอนที่เคยแปลงกายเป็นลูกสาวของตาแก่นั่น เลออนก็ถามว่า รินัลโด้เหรอ เกิดอะไรขึ้น ไม่ทันสิ้นเสียงนางก็ตายจากไป

เลออนกลับออกไปถามรินัลโด้ เขาบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ เลออนบอกไปว่ารินัลโด้ช่วยเขามาเยอะพอแล้ว เขาอยากจะช่วยกลับคืนบ้าง และอาจจะช่วยแบกรับความเจ็บปวดปวดนี้ให้ด้วย รินัลโด้ก็ค่อย ๆ เล่าว่า คืนหนึ่งเมื่อ 5 ปีที่แล้ว หลังจากที่เขากลับบ้านจากการไปเก็บสมุนไพรมา ทั้งบ้านก็เต็มไปด้วยคราบเลือด ภรรยาและลูกชายของเขาถูกฆ่าโดย จัสตีน ลูกสาวของเขา ซึ่งวอลเตอร์เป็นคนเปลี่ยนเธอให้เป็นแวมไพร์ เมื่อเขาสบตาเธอ เธอก็กระโดดหน้าต่างหนีไป เมื่อทำใจได้แล้วจึงสร้างแส้นี้ขึ้นมาและออกตามหาเธอ หลังจากที่เขาจำใจต้องฆ่าลูกสาวตัวเอง ก็ไปขอท้าสู้กับวอลเตอร์ แต่มันไม่ยอมรับคำท้า ได้ต่อสู้กับซักคิวบัส ก็โดนนางจำแลงกายเป็นลูกสาวของตัวเอง สร้างความโกรธแค้นมาก จึงออกมาตั้งกระท่อมปลางป่า และคอยช่วยเหลือใครก็ตามที่จะไปต่อสู้กับมัน นั่นก็คือธุระที่ยังไม่ได้สะสางของรินัลโด้

เลออนจึงตัดสินใจว่าล้างแค้นให้แก่รินัลโด้ด้วย หลังจากต่อสู้กับองค์รักษ์อีกตัวอย่างเมดูซ่า ก่อนตายนางก็สัมผัสได้ว่าแส้นี้ยังไม่ได้เป็นแส้ที่มีพลังสมบูรณ์ ยังไม่คู่ควรกับเจ้านายของนางหรอก เขาจึงกลับไปสอบถามรินัลโด้เรื่องแส้นี้ เขายอมรับว่าแส้ยังไม่สมบูรณ์จริง แต่เลออนทำให้แส้มีพลังขึ้นมาก พอถูกถามว่าจะทำยังไงให้แส้มีพลังสมบูรณ์ เขาก็บ่ายเบี่ยงที่จะตอบอีกครั้ง โดยตอบอ้อม ๆ ว่า เป้นไปไม่ได้เลยกับวิธีแบบปกติ และสั่งห้ามไม่ให้เลออนคิดถึงมัน ให้คิดถึงภารกิจเข้าไว้

เลออนกลับเข้าไปในปราสาทก้ได้พบกับแวมไพร์ที่ชื่อ ฮวาฮีม อาร์มสเตอร์ และแวมไพร์ก็ดูผิดหวังมากที่เห็นว่าเป็นเลออน แทนที่จะเป็นวอลเตอร์ เลออนก็ถามว่าเกี่ยวอะไรกับวอลเตอร์ แล้วแวมไพร์อย่างเขากลายมาเป็นลูกน้องของวอลเตอร์ได้ยังไง ฮวาฮีมก็ตอบว่า เอาชนะเขาให้ได้ก่อนสิถึงจะตอบ หลังจากเอาชนะ เขาก็ยอมเล่าว่า เขาต่อสู้พ่ายแพ้วอลเตอร์ในการครอบครองศิลามะเกลือ ศิลาที่ทำให้เกิดความมืดมิดตลอดกาลในป่า อีเทอร์นัล ไนท์ เลออนถามกลับว่า แต่ในเมื่อเป็นกลางคืนนิรันดร์ เขาก็น่าจะได้เปรียบ ฮวาฮีมตอบว่า เพราะศิลามันเลือกนาย และมันไม่ได้เลือกเขา ก่อนพูดประโยคสุดท้ายก่อนตายว่า ถ้าเขาได้ครอบครองศิลาสีโลหิตนะ..

เลออนได้ยินชื่อก็สงสัย แต่ฮวาฮีมตายไปแล้ว จึงตัดสินใจกลับไปถามรินัลโด้ เพราะมณีเหล่านี้มีความเกี่ยวก้องกับวิชาเล่นแร่แปรธาตุ รินัลโด้เล่าว่า จุดมุ่งหมายสูงสุดของการเล่นแร่แปรธาตุคือการสร้าง ศิลานักปราชญ์ ศิลาที่จะมอบชีวิตอมตะให้แก่ผู้ใช้ แต่ในระหว่างที่มีความพยายามสร้างศิลานักปราชญ์ ได้เกิดศิลาอันตรายขึ้นมา 2 ชนิดคือ ศิลามะเกลือ หรือ Ebony Stone และศิลาสีโลหิต หรือ Crimson Stone พลังของมันทำให้ผู้ใช้ได้ถือครองพลังของแวมไพร์ ศิลาทั้ง 2 จึงเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดที่แวมไพร์ตนไหนก็อยากได้ครอบครอง

เลออนก็บอกว่า ถ้ามีแวมไพร์ได้ครอบครองศิลาทั้งสอง ก็จะเป็นจุดจบของมนุษยชาติแน่ ๆ รินัลโด้บอกว่า ศิลาทั้งสองสูญหายไปเป็นเวลานานแล้ว แต่เลออนบอกว่า เขาทราบว่าวอลเตอร์เป็นผู้ครอบครองศิลามะเกลือ รินัลโด้ก็เป็นกังวลว่า แสดงว่าศิลาถูกค้นพบแล้ว รวมไปถึงศิลาสีโลหิตด้วยเช่นกัน เขาได้แต่หวังว่ามันจะไม่อยู่ในบริเวณนี้ เลออนกลับเข้าไปในปราสาทและเอาชนะองค์รักษ์ที่เหลือ ได้ผ่านเข้าไปในโถงที่วอลเตอร์รอคอยอยู่ วอลเตอร์ก็ส่งตัวซาร่าคืนแล้วบอกว่า นางหมดประโยชน์กับเขาแล้ว เลออนจึงสาดแส้ของรินัลโด้ใส่วอลเตอร์ ทว่า วอลเตอร์ไม่สะทกสะท้านใด ๆ แถมยังสนใจในตัวเลออนด้วย จึงท้าสู้ โดยจะรออยู่ที่บัลลังก์ด้านบนของปราสาท

เลออนพอได้ตัวซาร่าคืนมาก็เลิกสนใจวอลเตอร์ แล้วพาเธอกลับมา แต่เมื่อกลับมาถึงกระท่อมของรินัลโด้ ซาร่าไม่สามารถเข้ากระท่อมได้ เหมือนมีบาเรียกั้นอยู่ รินัลโด้จึงให้เลออนเข้าไปรอในกระท่อมก่อน เขาจะดูแลซาร่าให้ หลังจากที่ซาร่าพักผ่อนอยู่ข้างนอกกระท่อม จึงเข้ามาบอกกับเลออนว่า กระท่อมหลังนี้ได้สร้างบาเรียกันแวมไพร์เข้ามา นั่นแปลว่าซาร่าโดนวอลเตอร์กัด และกำลังจะกลายร่างเป็นแวมไพร์ เลออนโกรธมาก หาว่ารินัลโด้โกหก เขาตอบว่าเขาไม่มีความจำเป็นต้องโกหก เลออนต้องยอมรับความจริง แต่ ณ ขณะนี้เธอยังไม่ได้เป็นแวมไพร์เต็มตัว แต่เวลาผ่านไปเธอจะเริ่มสูญเสียความเป็นมนุษย์ และอาจจะต้องพบชะตากรรมน่าเศร้าเหมือนลูกสาวของเขา

รินัลโด้กล่าวว่า วิธีแก้คำสาปคือต้องกำจัดวอลเตอร์ทันที แต่เลออนแย้งว่าแส้ไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย เขาจึงเสนออีกวิธีนึงคือ ทำให้แส้สามารถเข้าเนื้อของมันได้ เนื่องจากซาร่าถูกกัด ทำให้มีเลือดของวอลเตอร์อยู่ในนั้น การสังเวยชีวิตซาร่าจะทำให้แส้มีพลังที่เหนือกว่าวอลเตอร์ เลออนได้ยินแบบนั้นก็ทำใจไม่ได้ เขาบอกว่ายอมทิ้งทุกอย่างมาเพื่อช่วยเธอ เขามิอาจสังเวยชีวิตเธอได้ แต่ซาร่าก็มาแอบฟังที่ทั้งสองคุยกันอยู่ห่าง ๆ ก็อาสาจะยอมสละชีพให้เอง เพื่อไม่ให้คนอื่นต้องพบเจอชะตากรรมนี้อีก และเธอเริ่มสัมผัสได้ว่าหัวใจเต้นช้าลง โลหิตเริ่มเย็นขึ้น หากปล่อยไว้เธอจะกลายเป็นแวมไพร์เต็มตัว ถ้าเขารักเธอจริง เขาต้องยอมสังเวยชีวิตของเธอ

ถึงแม้จะไม่เต็มใจ แต่เลออนก็ยอมทำพิธี รินัลโด้ร่ายเวทย์วงแหวนพันธะสัญญาเลือด บอกให้เลออนตั้งจิตไปยังดวงวิญญาณของเธอ เลออนสัญญากับเธอว่า จากนี้ไปจะไม่ให้ผู้ใดประสบชะตากรรมแบบเดียวกับเธอแน่นอน ก่อนสาดแส้ใส่ซาร่า เธอกล่าวขอบคุณเลออนในช่วงสุดท้ายของชีวิต ก่อนจะล้มลงไป วิญญาณของซาร่า และความเคียดแค้นของเลออนหลั่งไหลเข้าสู่แส้ของรินัลโด้ ก่อเกิดเป็นแส้ที่มีพลังสูงสุดชื่อ แวมไพร์คิลเลอร์

หลังจากฝังศพซาร่าเสร็จสิ้น รินัลโด้แจ้งว่าวิธีนี้เป็นวิธีต้องห้ามที่ถูกบันทึกในหนังสือของครอบครัวมาไทอัส เลออนทำใจยอมรับได้ และบอกว่านั่นเป็นสิ่งที่ซาร่าต้องการ ก่อนวิ่งกลับขึ้นไปยังบัลลังก์ของปราสาท วอลเตอร์กำลังรอคอยเขาอยู่บนนั้น เลออนกล่าวอย่างแค้นว่า “ข้าจะกำราบเจ้าและค่ำคืนของเจ้า” เสียงแส้สะบัดไม่กี่ครั้งผ่านไป วอลเตอร์ถูกปราบอย่างสิ้นท่า ก่อนจะสิ้นใจตายก็ได้บอกว่า พลังของมันจะทำให้มันได้กลับมาอีก และสักวันมันจะต้องได้ครอบครองศิลาสีโลหิตแน่นอน

ทันใดนั้นเอง เดธ ยมทูตแห่งความตายก็ได้ปรากฏตัวขึ้น แล้วรูดวิญญาณออกจากร่างของวอลเตอร์ เพื่อนำมันไปมอบให้กับเจ้านายของมัน ผู้ที่ถือครองศิลาสีโลหิต นั่นก็คือ มาไทอัส มิตรสหายที่เลออนไว้ใจมากที่สุด มาไทอัสเอ่ยปากชมว่าคืนนี้เป็นคืนที่สนุกที่สุดแล้ว และเขาไม่ผิดหวังในตัวเลออนเลย เขาได้ค้นพบว่า มาไทอัส ถือครองศิลาสีโลหิตมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นสมบัติประจำตระกูลของเอลิซาเบธ่า และตอนนี้ก็ได้ครอบครองศิลามะเกลือแล้ว จากการชิงมาจากวอลเตอร์

เลออนโกรธแค้นมากที่ตนถูกหักหลังและหลอกใช้ มาไทอัสเล่าว่า หลังจากที่เอลิซาเบธ่าเสียชีวิต เขาเคียดแค้นทุกคนรวมไปถึงพระเจ้า เขาจึงต้องการครอบครองพลังอมตะเพื่อแก้แค้นพระเจ้า จึงได้หลอกใช้วอลเตอร์ให้ลักพาตัวซาร่าเพื่อเรียกเลออนมาที่นี่ นอกจากนี้เขายังชวนให้เลออนมามีชีวิตอมตะเฉกเช่นเดียวกับเขา แต่เลออนผิดหวังมาก ที่เห็นว่าเอลิซาเบธ่าต้องการให้เป็นแบบนี้ มาไทอัสที่เขารู้จักไม่น่ารักกับผู้หญิงแบบนั้น เขาถามกลับว่า แล้วซาร่าก็ไม่ได้ต้องการแบบนั้นเหมือนกันหรืออย่างไร

เลออนตอนบว่า ที่เขาฆ่าวอลเตอร์ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เพื่อไม่ให้คนอื่นต้องประสบชะตากรรมแบบเดียวกับซาร่า และเขาต้องการรักษาคำมั่นสัญญาที่ได้ให้กับเธอ การมีชีวิตอมตะที่ปราศจากเธอก็ไม่ใช่ชีวิตที่มีความสุขเลย มีแต่ความว่างเปล่า มาไทอัสเห็นว่าไม่สามารถโน้มน้าวจิตใจเลออนได้อีกแล้ว และรุ่งอรุณกำลังเข้ามา จึงได้หลบหนีไป แล้วส่งต่อให้เดธมาจัดการเลออนแทน แต่เลออนปราบเดธได้ในที่สุด และได้ฝากบอกข้อความไปกับมันก่อนตายว่า

“เจ้าเป็นผู้สร้างคำสาป ซึ่งข้าไม่มีวันจะให้อภัยเจ้า แส้นี้และครอบครัวของข้าจะตามทำลายเจ้า บัดนี้สืบไป เบลมอนต์จะกำราบรัตติกาล”

เลออนหนีออกมาจากปราสาทที่กำลังถล่มได้อย่างปลอดภัย เมื่อป่าแห่งนี้หมดสิ้นพลังของศิลามะเกลือ พระอาทิตย์จึงค่อย ๆ ฉายแสงขึ้นมา รินัลโด้ได้เห็นแสงแดดก็ดีใจที่เลออนล้างคำสาปได้ เลออนก็เริ่มต้นออกตามล่าอดีตสหายผู้ชั่วร้ายทันที ในขณะที่มาไทอัสเองได้หลบหนีออกไปยังดินแดนที่ห่างไกล และเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น แดร็กคิวล่า วลาด เทเปช หรือ วลาด ดิ อิมเพลเลอร์ ซึ่งชื่อ แดร็กคิวล่า มาจากคำว่า ดรากูล ที่แปลว่าปีศาจร้าย ในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ของเลออนไม่ได้พบกับมาไทอัสอีกเลย เขาจึงได้ฝากฝังภารกิจตามล่าและกำจัดแดร็กคิวล่าให้แก่ทายาทผู้สืบตระกูล ในขณะที่แดร็กคิวล่าเองได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นอมตะ

Advertisement