คาสเซิลเวเนีย Wiki
Advertisement
คาสเซิลเวเนีย Wiki

อื่นๆ ดู คาสเซิลเวเนีย: ฮาร์โมนี ออฟ ดิสโซแนนซ์

ปี 1748 จูสต์ เบลมอนต์ หลานของ ไซม่อน ได้รับแส้ แวมไพร์ คิลเลอร์ พร้อมสืบทอดภารกิจ ในขณะที่ แม็กซิม คิสไชน์ เพื่อนในวัยเด็กของเขา ได้แยกตัวออกเดินทางไปฝึกวิชาเพียงคนเดียว ทว่า 2 ปีต่อมา แม็กซิม ได้กลับมาพบกับจูสต์ ในสภาพที่มีบาดแผลฟกช้ำ และสูญเสียความทรงจำในช่วงนั้นไป แถม ลิดี้ เออร์แลงเกอร์ เพื่อนในวัยเด็กของทั้งคู่ ก็หายตัวไปในปราสาทลึกลับแห่งนี้ ปราสาทที่ไม่ปรากฎในแผนที่ ทั้งคู่จึงตัดสินใจบุกเข้าไปในปราสาทเพื่อชิงตัวลิดี้กลับมา

ที่หน้าปราสาท อาการบาดเจ็บของแม็กซิมได้กลับมาอีกครั้ง จึงได้บอกให้จูสต์ล่วงหน้าเข้าไปในปราสาทก่อน ต่อมาจึงได้พบกับ เดธ ทาสรับใช้ของแดร็กคิวล่าที่เข้ามาท้าทายจูสต์ จึงได้ทราบว่านี่เป็นปราสาทของแดร็กคิวล่า ที่บรรพบุรุษของตัวเองได้เคยมาต่อสู้ แต่เดธได้กล่าวว่า ปราสาทไม่ได้เกิดจากพลังของแดร็กคิวล่า ก่อนจะหายตัวไป

ต่อมาจึงได้พบกับแม็กซิม เขาเล่าว่าความทรงจำเริ่มกลับคืนมาบ้าง และเกิดความรู้สึกสับสนว่าตัวเขาเองเคยเข้ามาที่ปราสาทแห่งนี้มาก่อน ทั้งคู่ได้แยกย้ายกันตามหาลิดี้ในบริเวณต่าง ๆ ของปราสาท จูสต์ได้สังเกตว่า บรรยากาศของปราสาทในแต่ละโซนมีความแตกต่างกันอย่างน่าประหลาด

เขาได้พบกับแม็กซิมอีกครั้ง แต่คราวนี้เพื่อนรักคนนี้มีอาการที่แปลกไป เขากล่าวอย่างหยิ่งยโสในพลังของเบลมอนต์ และตอนนี้ได้พบกับพลังที่เหนือกว่าและจะเป็นคนแรกที่ค้นพบลิดี้ และขอให้จูสต์เน่าตายในกำแพงของปราสาทนี้ ก่อนจะหลบหนีไป สร้างความประหลาดใจให้แก่จูสต์เป็นอย่างยิ่ง จึงเดินทางไปต่ออีกโซนของปราสาท และได้พบกับแม็กซิม แต่ดูเหมือนจะเป็นแม็กซิมผู้เป็นมิตร เขาเล่าให้ฟังว่า ในวันที่จูสต์ได้สืบทอดพลังของแส้ เขาได้รู้สึกว่ามีกำแพงเกิดขึ้นระหว่างเขาและจูสต์ จึงได้ออกเดินทางเพื่อฝึกวิชาให้เหนือกว่าจูสต์และจะเป็นคนที่มารับช่วงต่อ เขาเดินทางมาที่ปราสาทแห่งนี้เพื่อรวบรวมชิ้นของแดร็กคิวล่าและทำลายมัน แบบที่ไซม่อน เบลมอนต์ เคยทำ เผื่อว่าทุกคนจะเห็นความเก่งกาจของเขา แต่เมื่อรวบรวมได้ครบ ความทรงจำของเขาก็หายไป จึงได้ขอให้จูสต์ให้อภัยเขา แต่จูสต์กล่าวเพียงว่า คนแรกที่ควรไปขอโทษ คือลิดี้ ทั้งคู่จึงแยกย้ายกันไปอีกครั้ง

เขาได้พบกับเดธอีกครั้ง เดธออกตามหาพลังของแดร็กคิวล่าเพื่อคืนชีพ จูสต์จึงพูดถึงชิ้นส่วนของแดร็กคิวล่าที่แม็กซิมเล่าให้ฟัง เดธจึงได้ทราบว่าอยู่แม็กซิม และเปิดเผยแก่จูสต์ว่า ปราสาทแห่งนี้มี 2 ด้านทับซ้อนกันอยู่ คือปราสาท A และปราสาท B เกิดจากวิญญาณด้านชั่วของ แม็กซิม ซึ่งหลังจากที่แม็กซิมได้ชิ้นส่วนของแดร็กคิวล่ามาครบแล้ว ก็ได้เกิดวิญญาณร่างชั่วและปราสาททั้ง 2 ด้านออกมาเพื่อครอบพลังของแดร็กคิวล่าไว้ นั่งจึงเป็นเหตุผลที่แม็กซิมมีอาการที่แปลกไปในบางช่วง เพราะจูสต์ได้เดินทางเข้ามาปราสาท B โดยบังเอิญ

เดธได้รีบหนีไปก่อนบอกว่าปราสาท A ที่จูสต์ได้เดินทางเข้ามาในตอนแรกเป็นเพียงปราสาทชั่วคราว มันกำลังหนีไปในปราสาท B ที่เป็นด้านชั่วร้ายและที่เก็บพลังของแดร็กคิวล่า จูสต์รีบตามเข้าไปในปราสาท B จึงได้เข้าใจว่าปราสาทมี 2 ด้านที่แผนผังเหมือนกันแทบทุกประการ แต่บรรยากาศแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ที่ปราสาท B จูสต์ได้พบกับแม็กซิมในร่างชั่ว จึงได้รู้ความจริงว่าเขาเกิดความปรารถนาลึกสุดของแม็กซิม ประกอบกับพลังของแดร็กคิวล่า เขายังเป็นคนลักพาตัวลิดี้มาที่แห่งนี้ เพื่อเรียกจูสต์ให้เข้ามาที่ปราสาท แต่แม็กซิมร่างจริงสูญเสียความทรงจำ ส่งผลให้ร่างชั่วก็ไม่ทราบตำแหน่งที่ตั้งของลิดี้ จึงได้แต่รอให้ความทรงจำกลับคืนมา จูสต์โมโหมาก หมายจะฆ่าแม็กซิมร่างชั่ว เขารีบห้ามปรามด้วยเหตุผลว่า หากเขาตาย แม็กซิมร่างปกติจะตายตามไปด้วย จูสต์ยั้งมือด้วยความโกรธ แม็กซิมร่างชั่วปล่อยอสูรออกมาก่อนหลบหนีไป จูสต์จัดการอสูรร้ายสำเร็จ

เขาเดินทางกลับมาที่ปราสาท A และได้ไปพบกับแม็กซิมร่างจริง แม็กซิมเล่าว่าตอนเขาพาตัวลิดี้มาซ่อนไว้ เขายอมสละความทรงจำเพื่อไม่ให้ใครพบเจอลิดี้ แต่ตอนนี้ความทรงจำกลับมาแล้ว และทุกคนกำลังมุ่งหน้าไปยังห้องที่ลิดี้ซ่อนตัวไว้ เขาได้มอบปลอกแขนให้จูสต์เพื่อใช้เปิดประตูห้องนั้น จูสต์ตามไปจนกระทั่งได้พบตัวลิดี้ในที่สุด ลิดี้ไม่ทราบเลยว่าใครเป็นคนลักพาตัวมา เพราะตอนนั้นถูกปิดตาไว้ แต่แม็กซิมร่างจริงมาช่วยพาเธอมาหลบซ่อนที่นี่ จูสต์จึงจะพาลิดี้กลับบ้าน แต่ยังไม่ทันที่จะได้สัมผัสมือ เดธก็ปรากฏกายขึ้นมาแล้วชิงร่างของลิดี้ บอกว่าโลหิตของเธอเป็นประโยชน์ต่อการคืนชีพแดร็กคิวล่า ก่อนหายวับไป สร้างความโกรธแค้นแก่จูสต์เป็นอย่างมาก

เขาออกตามล่าไปทั่วปราสาท เก็บชิ้นส่วนของแดร็กคิวล่า จนกระทั่งตามมาเจอเดธ เดธบอกว่าสายไปแล้ว ลิดี้อยู่กับแม็กซิมร่างชั่ว ที่กำลังทำพิธีหลอมรวมปราสาท 2 ด้านเข้าด้วยกันเพื่อฟื้นคืนชีพแดร็กคิวล่า จูสต์สะบัดแส้ใส่เดธด้วยความโกรธแค้น จนกำราบได้ในที่สุด

เป้าหมายต่อไปในค่ำคืนนี้คือ ร่างชั่วของแม็กซิม ที่กำลังรอคอยเขาอยู่ที่ใจกลางของปราสาท ที่นั่นเขาได้พบกับลิดี้ที่นอนสลบอยู่พร้อมรอยกัดที่คอ พร้อมแม็กซิมร่างชั่วที่ท้าทายจูสต์ว่า วิญญาณแม็กซิมร่างจริงได้ตายไปแล้ว จูสต์จึงสะบัดแส้เข้าใส่อย่างไม่หยุดยั้ง แต่พลังของปลอกแขนทำให้แม็กซิมร่างจริงได้คืนสติขึ้นมา แม็กซิมร่างชั่วประหลาดใจที่วิญญาณแม็กซิมร่างจริงยังอยู่ ด้วยความแข็งแกร่งกว่า

แม็กซิมร่างชั่วสัมผัสได้ถึงพลังอันแรงกล้า นั่นคือชิ้นส่วนของแดร็กคิวที่จูสต์ครอบครองมา วิญญาณชั่วจึงออกจากร่างของแม็กซิมแล้วลอยขึ้นไปประกอบรวมกันกับชิ้นส่วนเกิดเป็นแดร็กคิวล่าในร่างวิญญาณที่ยังไม่ใช่ร่างสมบูรณ์ แดร็กคิวล่าต้องการร่างของแม็กซิมและเลือดของจูสต์เพื่อทำการฟืนคืนชีพอย่างสมบูรณ์ แต่จูสต์ก็สามารถหยุดยั้งการคืนชีพของเจ้าแห่งความมืดในครั้งนี้ได้

ทั้งสองรีบพาร่างของลิดี้ที่ไร้สติหนีออกมาจากปราสาทที่กำลังพังถล่มลงมา เมื่อคำสาปของแดร็กคิวล่าหายไป ลิดี้ค่อย ๆ ได้สติขึ้นพร้อมกับรอยกัดที่เลือนหายออกไปด้วย เธอกล่าวว่ารู้สึกเหมือนกำลังฝันอยู่ จูสต์จึงเลี่ยงที่จะเล่าความจริงและบอกไปว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น ในขณะที่แม็กซิมต้องการเล่าความจริงเพื่อสารภาพและขออภัยโทษ ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน ลิดี้จึงยกมือปรามทั้งคู่ ด้วยความที่ว่า ในเมื่อทั้งสามได้กลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้ง ก็กลับไปกินข้าวกินปลาที่บ้านกันก่อนค่อยเล่าก็ได้ ทั้งสามจึงเดินทางกลับบ้าน

Advertisement